ข้อบังคับ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
RULES AND REGULATIONS OF TREBA
บททั่วไป
ข้อ 1. ชื่อของสมาคมการค้า
สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า “สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย” เขียนชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า “Thai Real Estate Broker Association” เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ไทย เรียลเอสเตท โบรกเกอร์ แอสโซซิเอชั่น”
ข้อ 2. สำนักงานของสมาคม
ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ อาคาร เกษมสรรค์ ชั้นที่ 3 ห้อง 3310 เลขที่ 1761 ซอยพัฒนาการ 37 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
ข้อ 3. ตราของสมาคม
มีเครื่องหมายเป็นรูป (ตามที่สมาคมกำหนด)
ข้อ 4. บทนิยาม
วัตถุประสงค์
ข้อ 5. สมาคมนี้มี วัตถุที่ประสงค์ต่อไปนี้
สมาชิก และสมาชิกภาพ
ข้อ 6. ประเภทสมาชิก
สมาชิกของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย แบ่งออกเป็น 6 ประเภท และมีคุณสมบัติดังนี้ คือ
ข้อ 7. คุณสมบัติสมาชิก
สมาชิกของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย ตามข้อ 6 จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ
ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมจะต้องยื่นความจำนง ต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้โดยมีสมาชิกสามัญ 2 คนหรือสมาชิกวุฒิ 1 คน เป็นผู้รับรอง ส่วนสมาชิกสมทบให้สมาชิกสามัญต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการให้
ข้อ 9. การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก
ให้เลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทน เลขาธิการนำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ พร้อมแจ้งให้ผู้สมัครเข้ารายงานตัวต่อคณะกรรมการในที่ ประชุมคราวเดียวกัน เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก หรือให้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลงมติ
ข้อ 10. วันเริ่มสมาชิกภาพ
สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงประจำปีของสมาคม และคณะกรรมการมีมติรับเป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว
ข้อ 11. ผู้แทนสมาชิกสามัญ
สมาชิกสามัญ ต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อทำหน้าที่ใช้สิทธิแทน ได้ไม่เกิน 2 คนโดยยื่นคำขอและเสียค่าบำรุงรายปี และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
ข้อ 12. การขาดจากสมาชิกภาพ
สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้
ข้อ 13. ทะเบียนสมาชิก
ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคม โดยอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
ข้อ 14. สิทธิของสมาชิก
ข้อ 15. หน้าที่สมาชิก
ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงสมาคม
ข้อ 16. ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม
ข้อ 17. ค่าบำรุงพิเศษ
สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ที่มาประชุมทั้งหมด
คณะกรรมการของสมาคม
ข้อ 18. คณะกรรมการ
ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิ ซึ่งได้รับเลือกตั้ง จากที่ประชุมใหญ่ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 25 คน
ข้อ 19. การพ้นจากตำแหน่งกรรมการสมาคม
กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้
ข้อ 20. กรณีพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
กรณีนายกสมาคมพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการมีมติเลือกตั้ง กรรมการจากสมาชิกวุฒิ (เลือกตั้ง) คนใดคนหนึ่ง ให้เป็นนายกสมาคมฯ แทนได้ โดยถือเป็นการรักษาการตำแหน่ง นายกสมาคม จะไม่ถือเป็นการรับตำแหน่งตามวาระ การรับตำแหน่งจะต้องมาจากการเลือกตั้ง ในที่ประชุมใหญ่เท่านั้น กรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการมีมติแต่งตั้งกรรมการ จากสมาชิกวุฒิ คนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้ กรณีคณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งนั้นดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิก เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ในกรณีนี้ให้นำความในข้อ 25 มาใช้บังคับโดยอนุโลม คณะกรรมการซึ่ง ได้รับ เลือกตั้ง และหรือแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ให้ดำรงตำแหน่งเท่าวาระที่เหลือของกรรมการซึ่งตนเป็นแทน กรณีไม่มีคนสมัครเลือกตั้งสามารถออกเสียงลงคะแนนด้วยวิธีการชูมือได้
ข้อ 21. การประชุมของคณะกรรมการ
จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมดจึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้ง สมาชิกวุฒิ คนใดคนหนึ่ง หรือหลายคนเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น ให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ่หรือกระทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อ ปกป้องรักษาประโยชน์ของสมาคมเท่านั้น
ข้อ 22. มติของที่ประชุมคณะกรรมการ
ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือเอาคะแนนเสียง ข้างมากเป็นเกณฑ์ กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานในที่ ประชุมมีคะแนนเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 23. ประธานในที่ประชุม
ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกอุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและ อุปนายกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะในการประชุมคราวนั้น
ข้อ 24. การประชุมคณะกรรมการ
ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง อนึ่ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 2 คน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้
ข้อ 25. การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ
เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ให้ คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำ จังหวัดกรุงเทพมหานครภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง และส่งมอบหน้าที่ให้คณะกรรมการชุดใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ รับจดทะเบียน ในกรณีที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ ยังมิได้รับ จดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังมิได้ส่งมอบหน้าที่ตามวรรคแรก ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้น มีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมต่อไป จนกว่านายทะเบียนการค้า จะรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการชุดใหม่นั้นเข้ารับหน้าที่แล้ว การรับมอบหน้าที่ให้ กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 26. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
มีดังนี้
ข้อ 27. อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่างๆ
มีดังนี้
ข้อ 28. ผู้จัดการสำนักงานสมาคม
ให้มีผู้จัดการสำนักงานสมาคมเป็นเจ้าหน้าที่ บริหารงานธุรการของสำนักงานภายใต้การ ควบคุมของเลขาธิการตามคำสั่งนายกฯ และตามมติคณะกรรมการสมาคม
การประชุมใหญ่
ข้อ 29. การประชุมใหญ่
ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อยทุกระยะเวลา 12 เดือน การประชุมเช่นนี้เรียกว่าการประชุมใหญ่สามัญ การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมใหญ่ตาม วรรคก่อน เรียกว่าการประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 30. กำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ 31. การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่
คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือนัดประชุม โดยระบุ วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ และหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ณ ที่อยู่ในทะเบียน ก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน
ข้อ 32. องค์ประชุมในการประชุมใหญ่
จะต้องมีสมาชิก ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 30 คน ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั้งหมด จึงจะถือเป็นองค์ประชุม
ข้อ 33. กรณีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม
กรณีการประชุมในครั้งแรกสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้ว 1 ชั่วโมงยังมีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ ให้ยกเลิก การประชุมใหญ่นั้น ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมใหญ่ไป ไม่เกิน 14 วันนับแต่วันที่นัดประชุม ครั้งแรก และในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม
ข้อ 34. ประธานในที่ประชุม
ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มี กรรมการอยู่ในที่ประชุมเลย ก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะ การประชุมคราวนั้น
ข้อ 35. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน 1 คน มีคะแนนเสียง 1 เสียง สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน อาจมอบฉันทะให้ตัวแทนเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนได้ โดยตัวแทนผู้รับมอบฉันทะ จะรับมอบฉันทะเกินกว่า 1 คนมิได้ ในการประชุมใหญ่ใดๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนน ให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือหรือวิธีการอื่นใด อันเป็นการ เปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้น คณะกรรมการเห็นสมควรหรือได้มีสมาชิกผู้มีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนไม่น้อยกว่า 2 คน ติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับ ในกรณีการเลือกตั้งคณะกรรมการให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนน ตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 36. มติของที่ประชุมใหญ่
ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก เป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้เป็น ประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่เป็นการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคม
ข้อ 37. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่
มีดังนี้
ข้อ 38. การจัดทำบันทึกรายงานการประชุม
รายงานการประชุมคณะกรรมการ การประชุมใหญ่ และการประชุมอื่น ๆ ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้ง และต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองในครั้งต่อไป และสมาชิกสามารถ ขอตรวจดูได้ในวันและเวลาทำการ
การเงิน เงินทุนพิเศษ และการบัญชีของสมาคม
ข้อ 39. วันสิ้นปีทางบัญชี
ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ข้อ 40. การจัดทำงบดุล
ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้นแล้วส่งให้ ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ ประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน งบดุลซึ่ง ผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติภายใน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี เมื่อเสนองบดุลให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปี แถลงผลการดำเนินงานของสมาคม ต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย ให้สมาคมส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไปยัง นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่ อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่สำนักงานของสมาคม เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้
ข้อ 41. อำนาจของผู้สอบบัญชี
ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและบรรดาเอกสาร เกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับบัญชี และเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือ และให้ความสะดวกทุกประการ เพื่อการสอบเช่นว่านั้น
ข้อ 42. การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน
จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม และให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก
ข้อ 43. การเงินของสมาคม
เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่จังหวัดซึ่งสมาคมนี้ตั้งอยู่ ในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ในการนี้ เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาเงินทดรองจ่ายนั้น การฝากให้เหรัญญิก หรือตามมติคณะกรรมการเป็นผู้นำเงินฝากเข้าบัญชี การถอนเงินจากธนาคาร ให้นายกสมาคมและอุปนายก หรือนายกสมาคมและเหรัญญิก ลงนามร่วมกัน พร้อมประทับตราของสมาคม (ถ้ามี)
ข้อ 44. การจ่ายเงินของสมาคม
ให้นายกสมาคม มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน ของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ให้ คณะกรรมการ มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน ของสมาคมได้ ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนตามวรรคสอง จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อ 45. เงินทุนพิเศษ
สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการและส่งเสริมความก้าวหน้าของ สมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอกและสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการ เห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย
การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี
ข้อ 46. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่มาประชุมทั้งหมด
ข้อ 47. การเลิกสมาคม
สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้
ข้อ 48. การชำระบัญชี
เมื่อ สมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่ง เหตุใดดังกล่าวใน ข้อ 47 การชำระบัญชี ของสมาคมให้นำบทบัญญัติแห่งพระราช บัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 มาใช้บังคับในกรณีที่สมาคมต้องเลิก ไปตามข้อ 47 (1) ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 47 (3) ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการต่อนายทะเบียนสมาคม การค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ชำระบัญชี หากมีทรัพย์สินของสมาคม เหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มี วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่
ข้อกำหนดเฉพาะกาล
ข้อ 49. คณะกรรมการเฉพาะกาล
ให้คณะกรรมการซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับเป็นคณะกรรมการตามข้อบังคับฉบับนี้ ภายใน 3 ปี ให้คณะกรรมการ และนายกสมาคมมาจากสมาชิกสามัญและหรือสมาชิกวุฒิ เว้นแต่ ภายในกำหนดดังกล่าว มีสมาชิกวุฒิไม่น้อยกว่า 25 คน ที่มาของคณะกรรมการ และนายกสมาคมฯ ให้เป็นไปตามข้อบังคับฉบับนี้ หากภายใน 3 ปี มีสมาชิกวุฒิไม่ครบ 25 คน ให้ขยายระยะเวลาตามวรรคสองอีก 3 ปี หากมีสมาชิกวุฒิครบ ตามวรรคสองหรือวรรคสาม ให้คณะกรรมการ (สมาชิกสามัญ) ที่ยัง ไม่หมดวาระ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ
ข้อ 50. หลักสูตรระดับสูง
ให้มีหลักสูตรอบรมระดับสูงสำหรับสมาชิกวุฒิภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียน รับจดทะเบียน
ข้อ 51. สมาชิกวิสามัญเฉพาะกาล
ให้สมาชิกวิสามัญที่มี สมาชิกภาพในวันที่นายทะเบียน รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ เป็นสมาชิกวิสามัญตามข้อบังคับฉบับนี้ ให้สมาชิกภาพสมาชิกวิสามัญ ตามวรรคหนึ่ง มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับ จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตาม ข้อ 6(3)
